วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

คำแนะนำในการติดตั้งเครื่องดักฟังไว้ในบ้าน ตอนจบ

 แผ่นดินตรงที่ตั้งกรุงศรีอยุธยาแต่เดิมมาไม่ได้เป็นเกาะ เป็น แหลมยื่นออกไปทางทิศตะวันตก ด้านเหนือ ด้านใต้ ด้านตะวันตกของ แหลมนี้ จรดแม่นํ้าเจ้าพระยาสายเดิม ซึ่งไหลลงทางบางแก้ว ท้ายเมือง อ่างทองมาทางบ้านโพธี้สามด้น ลงทางหน้าวัดแม่นางปลื้ม ผ่านด้าน เหนือพระราชวัง ออกบรรจบแม่นํ้าน้อยที่หัวแหลม ลงทางหน้าป้อมเพชร เป็นแหลมมืแม่นํ้าล้อมสามด้าน เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดิพระองค์ที่ (อู่ทอง) สร้างกรุง จึงให้ขุดคูด้านตะวันออกตั้งแต่รีมแม่นํ้าที่หัวรอหน้า ป้อมมหาไชย ลงไปบรรจบแม่นํ้าหน้าป้อมเพชร เรียกว่าซึ่อหน้า แต่นั้น มาพระนครศรีอยุธยาจึงเป็นเกาะมืนํ้าล้อมรอบ...จากนั้นพระเจ้าอยู่หัวแต่ละพระองค์ที่ทรงครองกรุงศรีอยุธยาก็ ทรงช่วยกันขุดคลอง ท่านละคลองสองคลอง แต่ต้องยอมรับท่านว่า ท่าน ทรงวางผังเมืองและสืบสานกันต่อๆ มาอย่างสมํ่าเสมอ จนกรุงศรีอยุธยา ถูกแบ่งเป็นตาราง (โบราณท่านว่าเป็นจัตุรัส) ด้วยคลองที่คู่ขนานกัน และตัดกันจนเกือบจะเป็น หรือเป็นมุมฉาก เพราะอยุธยาเป็นที่ลุ่มนํ้า ท่าน เลยขุดคลองให้นํ้าที่หลากมาจากเหนือนั้นลงไปอยู่ในคลองเสิย อยุธยาแต่ ก่อนนั้นทุกบ้านโดยเฉพาะข้าราชการต้องมีสวน นํ้า,ในคลองกืไปเลี้ยงผล หมากรากไม้ในสวน บ้านใครคลองไม่ถึงก็ขุดคูต่อจากคลองเข้าไปในสวน อย่างบ้านขุนรามเดซะ ที่อยู่ใกล้คลองฉะไกรใหญ่ (ปัจจุบันเรียกคลองท่อ) ท่านก็ขุดคู เข้าไปในสวนหลังบ้านท่าน คูนี้เองที่กลายเป็นหนทางให้เสมา ใช้เป็นทางลัดตัดตรงขึ้นห้องแม่เรไรบรรพซนในสมัยอยุธยาท่านฉลาด ที่ใข้คลองเป็นทางลัญจรด้วย เพราะท่านไม่มืรถ คลองจึงเกิดประโยซน์เป็นเอนกประการสองข้าง พระราซวังหลวง ท่านขุดคลองจากเหนือลงใต้ ขนานกันสองคลองคือ คลอง ฉะไกรใหญ่ (พอลงมาทางใต้เรียก คลองท่อ เดี๋ยวนี้ก็ดูถนนคลองท่อตาม แนวนั้น) อยู่แนวกำแพงต้านตะวันตก คลองฉะไกรน้อยอยู่ต้านตะวันออก (ตามแนวถนนปาตองหรือศรีสรรเพซร) ทั้งสองปลายคลองทะลุออก แม่นํ้ารอบกรุง จึงเป็นคลองยุทธศาสตร์อีกประการหนี้ง จากนั้นท่านตัด คลองขนานกับสองคลองนี้ เฉือนอยุธยาออกเป็นบั้งๆ เหมือนเราบั้งปลา จะทอด แล้วขุดคูตัดเชื่อมระหว่างกันอีกจนเป็นตารางหรือจัตุรัสตังกล่าวในเรื่องขุนดิกมีหลายฉากที่ตัวละครใช้ทางสํญ่จรทางนั้า ผมจึง จำเป็นต้องกราบเรียนท่านไว้ และตามแนวรีมคลองก็เป็นย่านบ้าน เป็น ตลาด คนเอาของมาขายก็มาทางนํ้า เครื่องดักฟังน้ำหนักเบา  เบาแรงในการขนส่ง ซึ่งสมัยนั้นมี แต่เดิน ยกเว้นแต่ช้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไปราขการ จึงนั่งเสลี่ยงคานหาม มองในมโนภาพแล้วเป็นดินแดนในฝืนของคนหลายคนทีเดียวโดยเฉพาะ นักสิงแวดล้อมส่วนทางบกนั้นก็มี ถนนหลวง หลายสายเหมือนกัน แล้วก็มีทาง รู้สิกว่าถ้าเป็นถนนจะกว้าง พูนดินขึ้นสูง บางแห่งก็ปูอิฐตะแคง ความกว้าง ก็มีตั้งแต่ สองวา, สามวา สำหรับมีการใหญ่ เซ่น เป็นถนนหลวงสำหรับ การเดินทัพ เวลาไปส่งทัพ หรือรับกองทัพ หรืองานพระราชพิธีต่างๆ จะ กล่าวถึงถนนนี้ ท่านบอกว่า«๓๒) ถนนสายนี้เป็นถนนใหญ่ตรงไปจากหน้าพระราชวัง ไปหัก % เลี้ยวที่มุมกำแพงพระราชวังด้านใต้หน่อยหนึ่ง แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปทาง ใต้ถึงประตูไชย  ดักฟังไร้สาย 'ซึ่งอยู่ริมแม่นั้าต้านใต้ (สุดถนนศรีสรรเพชร/ผู้เขียน)...แลในพระนครยังมีถนนริถนนขวางอีกหลายสาย ถนนเหล่านั้นพูนดิน ขึ้นเหมือนทางรถไฟ ตอนที่ดอนก็สูงราว ๓ ศอก ที่ลุ่มก็สูงตั้ง  ศอก หรือ กว่าก็มี กว้างราว ๒ วาบ้าง ๓ วาบ้าง กว่าบ้าง กลางปอีฐตะแคง

เครื่องดักฟัง

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

การผลิตเครื่องดักฟังที่สามารถพกพาได้ ตอนที่2

แต่เพราะแนวคิดที่แตกต่างจากผู้เป็นพ่อ ที่ต้องการให้เรอ แต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกให้ คิม จึงชิงแต่งงานตัดหน้ากับแพ่นของ เธอซึ่งอยู่ในฮาร์วาร์ดด้วยกันเลียก่อนเมื่อผู้เป็นพ่อรู้ว่าเธอทำลิ่งที่เหมือนกับหยาม'นาหน้า จึงตัดสินใจ ตัดหางปล่อยวัด ส่วนเธอก็ใช้ชิวิตและทำงานในนิวยอร์กต่อไป แต่แล้ว ก็เกิดการหย่าร้างขึ้น จึงทำให้เธอกลับไปอยู่เกาหลี ในปีพ.ศ. 2531ลองเดือนกว่าที่พ่อตามหาเธอจนพบเพื่อของความช่วยเหลือ เพราะผู้บริหารไม่สามารถตกลงการเจรจาการค้ากับบริษัทอะไหล่รถยนต์ จากลหรัฐอเมริกา จึงมาตามให้เธอไปช่วยเพราะเห็นว่าพูดภาษาอังกฤษได้แต่คิมมืเงื่อนไขต่อรอง โดยหากว่าเธอประลบความสำเร็จในการ เจรจา เธอจะขอเงิน 1.2 ล้านเหริยญไปทำธุรกิจค้าปลีก ผลของการเจรจา ก็เป็นไปอย่างชื่นมื่น เพราะ คิม ใช้ชีวิตการทำงานและวัฒนธรรมการ ทำงาน รวมถึงเคยทำการเจรจาแบบชาวอเมริกันมานาน จึงอ่านกลยุทธ์ การต่อรองของบริษัทอเมริกันออก และช่วยเจรจาจนสำเร็จได้ในที่ลุดเมื่อเธอสร้างผลงานให้พ่อได้ประจักษ์ ก็ถึงเวลาที่เธอจะทวงขอ เงินของพ่อ ซึ่งก็ได้รับตามที่ได้ตกลงกันไว้ คิม ตัดสินใจเปีดธุรกิจ ค้าปลืกตามที่เธอพูด แต่การค้าปลีกนี้แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป เพราะเป็น การ'จำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมหรูหรา'ในเกาหลี'ใต้ ไม่ว่าจะเป็น กุบชี อืฟว์ แซงตั โลรองต่ ฯลฯ
เหตุที่เธอเลือกทำธุรกิจแบรนด้หรูหราในเกาหลี ก็เพราะเห็น ช่องทางจากการที่เกาหลีใต้เปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติมากขึ้นในปีพ.ศ. 2531 จากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเพราะการที่เธอถูกพ่อกีดกันการเรียนรู้ทางด้านธุรกิจมา ตั้งแต่ยังเด็ก และถึงแม้จะเป็นเด็กแต่เธอก็ยังพอรับรู้ว่าที่ บ่อยครั้งพ่อจะทำธุรกิจภายใต้เงื่อนไขของการจ่ายใต้โด็ะ เพื่อ ให้ธุรกิจต่าง ๆ บ่ระลบความสำเร็จไต้โดยง่ายซึ่งนี่เองที่เป็นแรงผลัก'ดันให้เธอต้องสร้างธุรกิจ ภายใต้นโยบาย ที่แตกต่างจากผู้ชายทำธุรกิจ นั่นก็คือ "จะต้องทำธุรกิจอย่างตรงไปตรง มา ดักฟังโทรศัพท์มือถือ " ไม่ยอมรับ  ดักฟังราคาถูก และไม่ยอมให้มีการคอรัปชั่นเกิดขึ้นเด็ดขาดโลกของธุรกิจฟ'รึยบเสมือนโลกของการ'แข่งขัน,1น เกมกีฬา ส่วนนักธุรกิจคือนักกีฬา" เมื่อเป็นเช่นนี้ อุปกรณ์ฟังเสียงนำเข้า คู่แช่งทางธุรกิจจึงรอยู่มากมาย และนักธุรกิจทุกคนก็จะไม่ลามารถหลีกหนีการแข่งขันเพื่อความเป็นหนึ่งได้ เลย เพราะหากไม see laser lighting display. For,แข่งขัน ก็เหมือนกับการรอคอยความล้มเทลาใททา? ประกอบธุรกิจ"หากคุณผู้อ่านลองค้นหา ‘หัวใจ' แห่งความสำเร็จของนักธุรกิจ ผู้ประลบความสำเร็จในระดับโลก ก็จะพบได้ว่า พวกเขายึดถือแนวคิด คติพจน์ หรือแรงบันดาลใจ อย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นหลักในการดำเนิน ธุรกิจจนประลบความสำเร็จ ซึ่งดั,วอย่างแนวคิด คติพจน์ และแรงบัน- ดาลใจของนักกีฬา ที่ผู้เขียนจะขอนำมาเลนอให้คุณผู้อ่านในหนังลือ เล่มนี้ จะลามารถนำไปใช้เป็นแนวทางเพื่อที่จะยึดไว้เป็นกลยุทธ์ทาง การค้าได้ เข่น‘อัจฉริยะภาพและความสำเร็จนั้นมาพร้อมกับเหงื่อ ช็อตสุด- ยอดทุกช็อตที่คุณตีนั้น ล้วนเป็นช็อตที่คุณเคยตีมาแล้วนับร้อยๆ ครั้ง'นี่คือแนวคิดของ มาร์ตินา นาฟราติโล'วา นักเทนนิลอันดับต้นๆ ของโลกที่ลร้างขื่อเลืยงและผลงานเอาไว้มากมาย ซึ่งแนวคิดที่เธอยึด ถือนี้ แสดงออกความเชื่อของเธอที่ว่า "การที่คนจะประลบความสำเร็จ ได้ ไม่ใช่อยู่ที่พรสวรรค์ แต่อยู่ที่ความบุ่งมั่นทุ่มเทในการผึเกซ้อมครั้ง แล้วครั้งเล่าด้วยความตั้งใจจริงต่างหากเทการนำแนวคิดของ นาฟราติโลวา มาปรับใช้ให้เป็นกลยุทธ์ใน ทางการค้านั้น คุณอาจจะนำมาเปรีเทียบได้ฉับการประกอบธุรกิจเช่น ในแนวทางที่ว่า ไม่มีธุรกิจ ไหนทีจะประสบความสำเร็จ ได้อย่างง่าย ๆ แม้ธุรกิจนันจะเป็นธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ คุณก็จะต้องพยายาม เอาใจใส่ และตั้งใจประกอบธุรกิจของคุณให้ดีที่สุด"การที่คุณนำแนวคิดทางเกมกีฬาของ นาฟราติโลวา มาปรับเป็น แนวคิดเพื่อใช้เป็นกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจนั้น จะทำให้คุณมืความ มุ่งมั่น และสร้างกำลังให้ตัวเอง จนสามารถประกอบธุรกิจด้วยความ อดทน ฝ่าฟันต่ออุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จได้ในที่สุดปล่อยให้คนอื่นตื่นเต้นไป ผมจะเล่นอย่างที่ผมสบายใจ เวลา ที่ดู่แข่งตื่นเต้น เมื่อเขาประหม่า ก็จะเร่งจังหวะและพลาดไต้"คือแนวคิดที่ เรจจี แจ็กลัน ยอดนักเบสบอลชาวอเมริกัน ใช้ เป็นหลักแห่งขัยชนะที่ทำให้เขาผ่านขัยชนะมาแล้วนักต่อนัก ไม่ต่างจาก แนวคิดของ เวยป้ เกร็ดสกี นักฮอกกี้ระตับโลก ที่ยึดถือเป็นหลักเอาไว้ว่า

เครื่องดักฟัง

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

เครื่องช่วยฟังแบบคล้องหูที่สามารถใช้ได้สำหรับเด็กและผู้ใหญ่

หากคุณผู้อ่านคิดจะประกอบธุรกิจขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง หรือลอง ย้อนมองกลับไปในช่วงที่คุณคิดที่จะประกอบธุรกิจ ย่อมหนีไม่พ้นหลักการ พื้นฐานของการประกอบธุรกิจ ได้แก่ ผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมายที่คุณ จะผลิตสินค้าหรือบริการ เพื่อจะได้ตอบลนองพวกเขาและตอบคำถาม ให้ได้ว่า พวกเขา "ต้องการอะไร"เหมือนกลยุทธ์ทางการค้า อุปกรณ์ช่วยฟังราคา ที่ทำให้ สตีฟ เคล ประสบความ สำเร็จมาแล้ว แม้ในวัยเด็ก เคล จะเกิดในครอบครัวชาวอเมริกันที่ยาก จน ต้องเร่ขายใบบอกรับสมาชิกนิตยสาร ควบคู่กับการขายนํ้ามะนาว เพื่อเลี้ยงชีวิต เพื่อให้ได้มืกินอิ่มท้องเพราะยึดกิอคติ "จงมุ่งมั่นต่อไป" ทำให้ เคส เก็บหอมรอมริบ เงินทุนจากการรับจ้างทำงานต่างๆ จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน นำมาเป็นทุนในการสร้างธุรกิจของตนเองให้เกิดขึ้นเพียงแต่ เคล ไม่รู้ว่า เขาจะประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจใน ลักษณะใด จึงต้องใช้เวลาในการแสวงหาพอลมควร โดยไม่ลิมหลักการ พื้นฐานสำคัญของการประกอบธุรกิจที่ว่า "ผู้บริโภคต้องการอะไร?"หากคุณผู้อ่านศึกษาอัตชีวประวัติของผู้ประสบความสำเร็จทาง ด้านธุรกิจ จะพบว่ามีนักธุรกิจประเภทหนึ่งที่มักจะก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ริ่มต้นจากในรัฐมินนิโซตา และอ  ในระดับโลก นั่นก็คือ 'นักธุรกิจที่สร้างธุรกิจที่เป็นไปไม่ได้ ให้เกิดขึ้น ได้ อย่างเหลือเชื่อ'นักธุรกิจเหล่านี้อาจจะไม่มี 'ทุน" ประเภท เงินทองหรือสินทรัพย์ แต่ทุนที่พวกเขามีคือ 'จินตนาการ' ที่จะสามารถผลักดันและแปรเปลี่ยน สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้  ช่วยฟังหูตึง และ "ทำเงิน" เพื่อสร้างความสำเร็จอัน ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นได้ความจริงแล้วแม้ ไอน์สไตน์ กล่าวเอาไว้ว่า "จินตนาการสำคัญ กว่าความรู้" และคนอย่างไอน์สไตน์ ไม่ต้องการเรื่องเงินๆ ทองๆ การ ค้า หรือการใข้จินตนาการมาประกอบธุรกิจแต่นักธุรกิจส่วนใหญ่ แม้จะรู้ว่า "จินตนาการสำคัญกว่า ความรู้" พวกเขาก็ต้องการที่จะนำจินตนาการมาพัฒนาในการสร้าง รายได้ โดยอาศัยความรู้มาเป็นปัจจัย เพื่อพัฒนาสร้างธุรกิจจาก จินตนาการให้เกิดขึ้นได้จริง หากคุณต้องการประกอบธุรกิจใดๆ ก็ตาม ต้องรู้ว่า ''จะเอา อะไรมาขาย' 'จะขายอะไรให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าของคุณ" หรือ "รู้ว่าผู้ บริโภคต้องการอะไร" เมื่อนั้นก็ถือว่าธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จไป แล้วครึ่งหนึ่งจากนั้นคุณต้องโน้มน้าวให้ลูกค้าเห็นคุณค่าความพอใจที่เกิดขึ้น ต่อผลิตภัณฑ์ หรือบริการของคุณ ซึ่งคุณจะต้องมีทักษะในการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ และสรุปคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือสิน ขายเครื่องช่วยฟัง ค้านั้นอย่างสั้นๆ แต่ ครอบคลุมให้ได้ใจความ ทำให้ลูกค้ารู้ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณดีอย่างไร เข่น มีความทันสมัย ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ'งแวดล้อม มีคุณภาพสูง แต่ราคาไม่แพง หรือมีการรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือไม่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ ภาพพจน์ และตรายี่ห้อให้ติดอยู่ในใจ ของลูกค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ และเกิด การซื้อผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีต่อคุณและธุรกิจของ คุณนั่นเอง

เครื่องช่วยฟัง

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

ครูเอได้สอนนักเรียนที่แห่งหนึ่งซึ่งทำให้เด็กคนนั้นเรียนรู้ได้ตัวเอง

“เวลานี้ข่าวปรากฏทั่วไปโดยการเขียน การพูดตลอดจนทำเป็น รูปการ์ตูนว่า ข้าพเจ้ากำลังต่อคุ้กับหลวงประดิษฐ์ หรือข้าพเจ้ากำลังถูก ทาบทามให้คืนดีกับหลวงประดิษฐ์บ้าง ข่าวดังกล่าวนี้ข้าพเจ้าขอแถลง ว่าไม่ได้เกิดจากตัวข้าพเจ้าหรือเกี่ยวข้องไปจากตัวข้าพเจ้าแต่ประการใด ข้าพเจ้ายึดหลักความยุติธรรม ศีลธรรม และกฎหมาย เป็นมติประจำตัว ข้าพเจ้าเท่านั้น...”“...สำหรับตัวหลวงประดิษฐ์นั้น เป็นมิตรร่วมชีวิตในการเปลี่ยนแปลง การปกครองกับข้าพเจ้ามา ซึ่งไม่มีอะไรเป็นศัตรูกับข้าพเจ้าในทางส่วนตัว เลย หลวงประดิษฐ์จะร่วมกับข้าพเจ้าได้หรือไม่ได้อยู่ที่เหตุการณ์ของบ้าน ดักฟังเสียง เมืองและตัวหลวงประดิษฐ์เอง แต่ไม่ได้มาจากข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าเกิด มาเป็นคนไทยก็มีความรักชาติ หากจะมีสิ่งใดทำให้ชาติไทยร่วมรักสมัคร สมานกันได้ ซึ่งจะเป็นกำแพงกั้นความฉิบหายมาสู่ชาติไทยแล้ว ข้าพเจ้าก็ เพียงปฏิบ้ติทุกทาง คอมพิวเตอร์ และอิข้าพเจ้าปฏิบ้ติต่อชาติไทย ไม่มีหน้าที่ปฏิบ้ติเพื่อพรรค ใดพวกใด และก็ไม่มืหน้าที่จะทำลายพรรคใด พวกใด ตลอดจนคนใดให้ ฉิบหายไปโดยปราศจากความเป็นธรรม”จอมพล ป. พิบูลสงคราม บริหารประเทศชาติมาหลายปี โดยเฉพาะ ปี ๒รr๙©-๒<r๙๔ รัฐบาล1ได้ปราบปรามผู้ที่มืความคิดเห็น1ไม,ลงรอยกับ รัฐบาลอย่างกว้างขวาง นายทหาร นักการเมือง นักหนังสือพิมพ์ ถูกลอบ ทำร้ายและถูกยิงทิ้งเป็นจำนวนมากนอกจากนี้ยังได้เกิดการกบฏขึ้นมามากมาย อาทิ กบฏเสนาธิการ กบฏแบ่งแยกดินแดน กบฏวังหลวงแล้วแต่จะกล่าวหากัน แต่ในที่สุด รัฐบาลจอมพล ป. ก็รอดปลอดภัยจากสองเสือที่คุ้มกันบัลลังก์นายกฯ คือพล.อ.สฤษดิ้ ธนะรัชต์ และพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ถึง1วันที่ ๒๙ มิถุนายน  เครื่องติดตามในรถยนต์ ๒<r๙sr กลุ่มทหารหนุ่มซึ่งส่วนใหญ่เป็น ทหารเรือ อันประกอบด้วย น.อ.อานนท์ ปุณฑ่ริกาภา ผู้'บังคับกองหทู่รบ น.ต.มนัสจารุภา ผู้บังคับการเรือรบหลวงรัตนโกสินทร์น.ต.ประกาย พุทธารี กรมนาวิกโยธิน น.ต.สุภทร ตันตยาภรณ์ กรมนาวิกโยธินบุคคลตังกล่าวได้จัด “ขบวนการกู้ชาติ” ล้มรัฐบาลจอมพล ป. ซึ่ง ขณะนันท่านจอมพลประกอบพิธีเรือขุดแมนฮัตตันที่ท่าราชวรดิษฐ์มีบรรดา ทูตานุฑูตประเทศต่างๆ มาร่วมงานมากมายน.ต.มนัส จารุภา ได้นำหน่วยรบจำนวนหนึ่ง แต่ละคนติดอาวุธปีน กลแมนเสน วางกำลังโอบล้อมและกำลังส่วนหนึ่งจู่โจมเข้ากุมตัวจอมพล ป. พิบูลสงคราม และนายทหารคนสนิทอีกสองคน นำตัวไปกักขังไวิใน เรือรบหลวงศรีอยุธยาวันรุ่งขึ้นที่ ๓๐ พฤศจิกายน ฝ่ายรัฐบาลด้วยการประสานกำลังทั้ง ตำรวจ ทหารบก ทหารอากาศสามารถปราบปรามฝ่ายกบฏอย่างราบคาบ เครื่องบินได้ทิ้งบอมบ์เรือศรีอยุธยาที่มีจอมพล ป. เป็นตัวประกัน และจมลงในที่สุดผู้ที่'จะบรรยายเหตุการณ์ตอน'นี้1ได้ดีที่สุด อุปกรณ์ฟังเสียง  ก็เห็นจะเป็นจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้ถูกจับกุมเป็นตัวประกันนั่นเอง...พอเดินมาจวนถึงบันไดลงท่าราชวรดิษฐ์ทางฝังพระนคร มีนายทหาร เรือคนหนึ่ง (ภายหลังทราบว่าเป็น น.ต.มนัส ลูกพระยาปรีชากลยุทธ ผู้ บัญชาการทหารเรือรบ แรกเมื่อเปลี่ยนการปกครอง ๒<r๗*)วิ่งผ่านข้าพเจ้า ไปหาสิงห์โตแล้วปลดอาวุธในมือถือปีนกลกับปีนพก ๑ กระบอก แล้วก็

เครื่องดักฟัง

ข้าวของเครื่องใช้ควรเก็บรักษาให้ดีเพราะมันทำให้สะดวกต่อการใช้งาน

ชาติ และจะใช้เป็นสารวัตรทหารในเวลาฉุกเฉิน เป็นกำลังอีกแรงหนึ่งด้วยการติดต่อกับสหปรรซาชาติส้มพันธมิตรในการดำเนินการติดต่อกับสหประชาชาติลัมพันธมิตรนั้นทางฝ่าย รัฐบาลและตัวผมทำไปด้วยความลำบากมาก เพราะญี่ปุนคอยจ้องมองเรา ทุกผีเก้าว ผมจึงได้คิดว่าจะได้ติดต่อตกลงเป็นขั้นๆ ไป แต่ต้องเริ่มทำงาน จริงๆ จังๆ เมื่อได้วางแนวทหารจวนจะเสร็จ และเมื่อฐานทัพที่เพชรบูรณ์ เสร็จใช้งานได้บ้างแล้วด้วย อุปกรณ์ติดตามนำเข้า  ขั้นแรกคิดไว้แต่ตอนต้นสงครามแล้วว่าเมื่อ ญี่ปุนไล่กองทัพไทยขึ้นไปทางแคว้นยูนาน เช่นเดียวกับทหารฝรั่งเศสใน อินโดจีน ผมได้ติดต่อไปเราจะต้องขับไล่ญี่ปุนจากฐานทัพซึ่งอยู่ทางเหนือ ภายใต้ความคุ้มครองของกองทัพพายัพ ผมพอใจที่จะถูกขับไล่ไปอยู่ทาง เหนือ เพราะจะได้มีโอกาสติดต่อกับนอกประเทศได้สะดวก เมื่อถึงเวลา อันควร เมื่อทางผู้บังคับบัญชาทหารในกองทัพพายัพแจ้งมาว่าสามารถ ติดต่อกับกองทัพจีนได้แล้วผมจึงได้อนุมิติ และสั่งไปให้เจรจากันในแคว้น ยูนาน มี พล.ต.หาญสงคราม พ.อ.หลวงเดชประติยุทธ และ พ.อ.เนตร เข มะโยธิน เป็นหัวหน้าแรงเฉพาะ พ.อ.เนตร เขมะโยธิน เป็นหัวแรงในการ ทำงานนี้ภายในผลแห่งการประชุม เราได้ปรับความเข้าใจต่อกัน และแลกข่าวซึ่งกัน และกันเป็นประจำ รายงานนี้ผมได้สั่งให้อธิบดีกรมตำรวจเก็บไว้ทั้งสิ้น ข่าวนเครื่องยนต์ ใน ที่ผมจัดส่งไปให้กองทัพจีน มีแจ้งตำบลแจ้งกำลังทหารญี่ป้นในประเทศไทย และใกล้เคียง ได้ส่งรายงานเหตุการณ์ที่ได้รับจากนักเรียนและข้าราชการ ที่กลับจากญี่ปุนไปให้เสมอ โดยใส,ซองให้ พล.ท.วิชิต สงคราม ส่งไป ให้หัวหน้าติดต่อกับแม่ทัพจีน ระหว่างที่ได้ทำการติดต่อนี้ เราให้ข้าวสาร ยาควินินและอาหารกระป้อง ซึ่งบางครั้งผมได้สั่งให้ส่งไปเองจากกรุงเทพฯการประชุมตอนหลังๆ นี้ เราได้แถลงว่าฝ่ายไทยจะส่งข้าราชการ ชั้นรัฐมนตรีไปประชุมกับผู้แทนอังกฤษ-อเมริกา และจีนที่จุงกิง ผมได้พูด กับ พล.ต.อ.อดุลย์เดชจรัส และท่านผู้นี้เป็นผู้อาสาเป็นผู้แทนไปประชุม ให้ เราได้ตกลงกันแล้ว แต่บังเอิญต้องออกจากตำแหน่งเสียก่อน การส่ง พล.ต.อ.อดุลย์เดชจรัส ไปประชุมกันอังกฤษ-อเมริกา และจีนที่จุงกิงจึง ต้องเลิกล้มไปในที่สุด  เครื่องดักฟัง คิดแผนไว้ว่าเมื่อทหารเข้าประจำที่ตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้ติดต่อขอความช่วยเหลือต่อรัฐบาลสหประชาชาติลัมพันธมิตร ต่อ ไปตามระเบียบด้วยเหมือนกัน ต่อจากการส่งรัฐมนตรีไปประชุมที่จุงกิงนั้นทาร เตรียมรบญี่ป่นโนขั้นสุ ดท้ายเมื่อผมเห็นเป็นโอกาสอันเหมาะที่จะสร้างฐานทัพ สำหรับเตรียม รับรบกับญี่ปุนในชั้นสุดท้ายได้แล้ว เพราะเห็นได้ว่าณี่ปุนอ่อนกำลังลงไปมาก ถึงเราจะแข็งมือเอาบ้างญี่ปุนก็คงไม่กล้าหักหาญต่อประเทศไทยได้ นอกจากนันกองทัพภาคพายัพได้ดำเนินการเจรจากับแม่ทัพจีนที่ประจัน หน้ากันอยู่ จนมีความเข้าใจและสนิทสนมกันดีพอแล้ว รู้ทางปฏิบ้ติว่า ประเทศไทยจะเตรียมรบกับญี่ปุนอย่างไรเพื่อให้ได้ผลดี ผลจึงลงมือสร้าง ฐานทัพขึ้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และสร้างทางให้สามารถติดต่อระหว่าง กรุงเทพฯ-ลำปาง ตลอดไปจนถึงติดต่อกับกองทัพจีนในยูนานได้เพื่อว่าเมื่อ ลงมือรบกับญี่ปุน เราจะได้กลับหน้ากองทัพทางเหนือเข้าล้กับณี่ปุนทางใต้ ได้สะดวก โดยยึดเล้นทางหลักกรุงเทพฯ-ลำปาง ผ่านเพชรบูรณ์เป็นเส้นทาง เคลื่อนที่ได้ ตกลงวางแผนเตรียมการ โดยให้กองพลที่ ๑ ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ ยกออกมาตั้งอยู่ตอนของกรุงเทพฯ ล้อมกรุงเทพฯ ไว้และให้กองพลที่ ๑ นี้ เป็นกองหน้า กองทัพที่ ๒ เตรียมวางแนวไปตามแนวแม่นํ้าปาลัก ตั้งแต่ แก่งคอย-สระบุรีถึงท่าเรือมีกองหนุนตั้งเรียงรางขึ้นไปนับตั้งแต่ลพบุรีขึ้น ไปถึงชัยบาดาลและเพชรบูรณ์ เหนือขึ้นไปจากนั้นเรามีกองทัพพายัพ ทำ หน้าที่ปลดอาวุธญี่ปุนที่ลำปาง และเชียงใหม่ ดักฟังมือถือ  และให้กองทัพพายัพเป็น กองหนุนกองทัพที่ ๒ เพราะเกรงว่าญี่ปุนจะส่งกำลังขึ้นมาช่วยจาก อินโดจีน และมลายู เหนือขึ้นไปหลังจากกองทัพพายัพ เราได้ตกลงเปิดให้ กองทัพสหประชาชาติลงมาช่วย ส่วนกำลังทางอากาศของเรามีน้อย และ เครื่องบินที่มีอยู่ก็ไม1ดีพอ ผมจึงได้แจ้งขอกำลังจากแม่ทัพจีนขึ้นไป ซึ่ง แม่ทัพจีนก็ได้ตกลงแล้วที่จะช่วยให้เป็นผลสำเร็จ เมื่อแผนการยุทธกับญี่ปุน เป็นดังนี้ทางสายจากชัยบาดาลไปเพชรบูรณ์และจากหล่มลักไปอำเภองาว ที่จังหวัดลำปาก กับการสร้างฐานทัพที่เพชรบูรณ์จึงเป็นงานสำคัญยิ่ง และ เป็นงานขั้นสำคัญของชาติด้วย ถ้าทางสายนี้และฐานทัพที่เพชรบูรณ์เสร็จ

เครื่องติดตามตัวบุคคล

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

ระบบการทำงานของอุปกรณืไร้สายส่วนใหญ่จะใช้สัญญาณเป็นตัวกำหนด

^วงเข้าปี ๒๔๔๗ สงครามโลกครั้งที่ ๒ เริ่มส่อเค้าว่า ฝ่าย สัมพันธมิตร จะเป็นผู้ชนะ ด้านยุโรปฝ่ายนารี!เริ่มถอยจากประเทศ ที่ยึดครอง การรบด้านตะวันออกนายพลเม็คอาเธอร์โจมตีญี่ป่น อย่างไม่ปรานี
ขณะที่กองทัพพระเจ้าจักรพรรดิเริ่มถอยนั้น จอมพล ป. พิ!5]ล สงครามได้พิจารณาสถานการณ์ทั้งตะวันตกและตะวันออก ช่วยฟังราคาถูก โดยละเอียด ลออแล้ว ได้ลงความเห็นว่าเยอรมันและญี่ปุนต้องปราชัยแน่นอน!ดังนั้นจอมพล ป. ก็เริ่มวางแผนการต่อต้านณี่ปุนขึ้นทันที โดยจะ เอาจังหวัดเพชร!5]รณ์เป็นฐานทัพอันสำคัญในการต่อต้าน และเพื่อให้เป็น ไปตามแผนการ รัฐบาลได้เสนอร่าง พ.ร.บ. กำหนดระเบียบราชการบริหาร นครเพชร!5]รณ์ พ.ศ. ๒(red เข้าสภาผู้แทนฯ ปรากฏว่าฝ่ายรัฐบาลพ่ายแพ้ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่ฝ่ายรัฐบาลเองก็ ยังไม่ออกเสียงให้ คือ รัฐบาลแพ้ไป ๑๒ คะแนนวิกฤตทางการเมืองยังไม,หมด อีกสองวันต่อมารัฐบาลจอมพล ป. ได้เสนอ พ.ร.บ.สร้างพุทธมณฑลสระบุรี พ.ศ. ๒C(ะ๗ ปรากฏผลจากการ ลงคะแนนลับรัฐบาลแพ้โหวตเพียง ๒ คะแนน คือ ร:๑ ต่อ ๓๙สาเหตุที่รัฐบาลพ่ายแพ้เซ่นนี้ก็เนื่องจากจอมพล ป.องหูขอ ไม่สามารถให้ ความกระจ่างแก่สภาฯ ได้ เพราะเป็นนโยบายลับไม่ต้องการให้ญี่ปุนระแคะ ระคายในเรื่องนี้นั่นเองเมื่อสภาผู้แทนราษฎรไม่รับหลักการแห่งพระราชกำหนดทั้งสอง ฉบับ จอมพล ป. จึงขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๒ร: กรกฏาคม ๒sr«r๗ โดยคาดหวังว่าพระวรวงค้เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพ อาภา ประธานผู้สำเร็จราชการจะทรงยับยั้ง หรือไม่สภาผู้แทนฯ อาจซาว เสียง ให้ท่านกลับมาอีกครั้ง แต่จอมพล ป. คิดผิด!พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา แม้ทรงไม,ยอมเซ็นอนุมัติให้จอมพล ป. ลาออกจากคณะรัฐบาล กลับส่งเรื่องมาให้ประธานสภาชาวเสียงก่อน ว่าจะตั้งใครเป็นนายกรัฐมนตรีแทนเรื่องไม่ง่าย... เครื่องขยายเสียง สภาไม,ยอมชาวเสียง?!ประธานผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จึงทรงเซ็นอนุมัติให้จอมล ป. พีบุลสงครามพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังจากพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภาเซ็นอนุมัติแล้วได้ลี้ภัยทางการ เมืองมาอยู่ทำเนียบท่าช้างวังหน้า โดยมีหลวงนาวาวิจิตรส่งทหารเรือจำนวนหนึ่งมาอารักขา เพื่อให้พระองค!ต้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม1ต้องเกรง การคุกคามใดๆอย่างไรก็ตาม เมื่อมีการสมัคสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสภา ผู้แทนก็มีผู้เสนอ1ซื่อ'จอมพล ป. เข้ามาอีก โดยมีผู้เสนอชื่อพระยาพหลพล พยุหเสนาผลการลงคะแนนเสียงปรากฏว่า พระยาพหลฯ ชนะด้วยคะแนน (ร๑ ต่อ ๑๙ คะแนนแต่พระยาพหลฯ กำลังปวยเป็นอัมพาตรักษาตัวอยู่ที่วังปารุสกวัน และขอถอนตัวจากการเป็นนายกรัฐมนตรีเรื่องกลับไปสู่สภาซาวเสียงหานายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง!คราวนี้อีกเช่นกัน...จอมพล ป. พิบูลสงครามถูกเสนอชื่อขึ้นอีกครั้ง แต่คู่ต,อแป็นนายควง อภัยวงต้ แต่สมาชิก ส.ส.เกรงว่านายควงจะส์ใม่ ไต้ จึงมีการเสนอชื่อ พล.ร.ท.หลวงสิทธุ้'สงครามชัย เครื่องช่วยฟังนำเข้า  เข้าแช่งชันอีกคนหนึ่ง เป็นการตัดคะแนนของจอมพล ป.ผลการลงคะแนน นายควงไต้ ๖๙ เสียง จอมพล ป. ไต้ ๒๒ เสียง และ พล.ร.ท.หลวงสิทธ์ฯ ไต้ ๘ เสียงแต่มีเรื่องแปลกอยู่อย่างหนึ่ง นายควง อภัยวงต้ ผู้ไต้รับเลือกเป็น นายกรัฐมนตรี กลับปวยนอนให้หมอฉีดยาอยู่ที่บ้านและนอนชมเพราะพิษ ไข้ซึ่งเจ้าตัวก็ยังงุนงงไปหมดจากบันทึกตอนหนึ่งในหนังสือ “ชีวิตของข้าพเจ้า” ของนายควง อภัย'วงค่โ ไต้เล่าถึงสถานการณ์ช่วงนั้นว่า...“ผมขอเรียนด้วยความสุจริตใจว่า ที่เขามาเกณฑ์ให้ผมเป็นนายก

เครื่องช่วยฟัง

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

นักเรียนส่วนใหญ่ชอบใช้เครื่องจับผิดกับเพื่อนๆร่วมชั้นเรียน

(จากบันทึกของท่านจอมพล ป. พิบุลสงครามระบุว่าญี่ปุนยื่น csr ข้อ แต่ท่านจำได้ ๓ ข้อเท่านั้น)
“ขอให้ข้าพเจ้าไปปรึกษาคณะรัฐมนตรีในข้อเสนอของท่านดูก่อน” จอมพล ป. กล่าวกับ6คูตญี่ปุน
แต่ทางฑูตยื่นคำขาดมาทันที “เราต้องการคำตอบของท่านจอมพล ดักฟังไร้สาย ” “ถ้าเช่นนั้น ขอให้ข้าพเจ้าออกไปจากห้องนี้สักครู่” จอมพล ป. ต่อรอง แต่ฑูตญี่ปุนไม,ยอมให้จอมพล ป. ไปไหน ต้องการคำยืนยัน “จอมพลเป็นหัวหน้ารัฐบาล จอมพลต้องตกลงได้เดี๋ยวนี้”จอมพล ป. เดือดปุดฃึนเสียงบอกไปว่า “ท่านจี้บังคับข้าพเจ้าเกิน ไปแล้ว”ฝ่ายฑูตและทหารญี่ปุนพากันฮึดฮัดโยนกระดาษสัญญาลงพื้นบาง และสมบัติทางเคมีโด คนทำเป็นชักดาบซายูไรเข้าๆ ออกๆ เหมือนเป็นการข่มขู่ แต่ในที่สุดก็ยอม ให้จอมพล ป. ออกจากห้องไปประชุมคณะรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรียังคงแบ่งเป็นสองฝ่ายเหมือนเดิม ฝ่ายแรกเห็นด้วย กับนายปรีดี คือประเทศไทยควรต่อต้านญี่ปุนให้ถึงที่สุดโดยคาดหมายว่า ฝ่ายสัมพันธมิตรจะเป็นฝ่ายชนะ ไทยก็ไม่ต้องเป็นผู้แพ้สงครามแต่จอมพล ป. กลับเห็นว่า คำว่า “ผู้” นั้น เราจะต้องมาพิจารณาดู ว่าควรจะทำการต่อสู่หรือไม่ ถ้าผู้จะผู้ด้วยวิธีใด...แต่ถ้าจำเป็นแล้วจะต้องผู้ กันแหลก ไม่มีใครในโลกนี้กลัวใคร แต่ถ้าเกี่ยวกับประเทศ เกี่ยวกับเอกราช อธิปไตย เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของปวงซน มันต้องพิจารณาให้ลึกซึ้ง อุปกรณ์ติดตามจิ๋ว  ไม่ว่าจะเป็นทัศนะของนายปรีดื หรือทัศนะของจอมพล ป. ใครจะ ผิดใครจะถูก...อนาคตเท่านั้นเป็นผู้ตัดสิน!เพลิง ภผา in ๕๑ ในที่สุดก็ลงเอยที่ว่า ไทยร่างสัญญาใหม่ คือให้ญี่ปุนผ่านไปโดยไม่ ต้องทำสัญญา และไม่ต้องประกาศสถานะสงคราม ๓!]นให้คำมั่นปฏิญญา ด้วยว่าจะเคารพ'บูรณภาพและอธิปไตยของไทยจากนันคำสังของจอมพบ ป. พิบูลสงคราม ในฐานะผู้บัญชาการ ทหารสูงสุดมีออกไปยังทหารหน่วยต่างๆ ที่ทำการยันกองทัพญี่ปุนว่า...ให้ระงับการต่อต้าน ปล่อย'ให้ญี่ปุนผ่าน1ไป ขณะนี้รัฐบาลกำลัง เจรจาอยู่”ได้คืบจะเอาศอก...ณี่ปุนบีบรัฐบาลจอมพล ป. ให้เป็นพันธมิตรร่วม รบ แต่ไต้รับการคัดค้านจากคณะรัฐมนตรีไทย โดยเฉพาะนายปรีดี พนม ยงค์ไม่เห็นด้วยกับการประกาศสงครามกับพันธมิตร ญี่ปุนเลยบีบจอมพล ป. ให้มีการปรับปรุงคณะรัฐมนตรี เอาคนที่ญี่ปุนไม่ชอบออกไป เอาคนที่ ญี่ปุนชอบเข้ามาดังนั้น'นายปร็ดี พนมยงค์พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ไปรับตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน นายวิลาศ โอสถานนท์ ถูกปลดจาก ตำแหน่งรัฐมนตรีและอธิบดีกรมโฆษณา และมิการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ขายจีพีเอส ชุดใหม่ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒ arcะ' ๕วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๔^๕ ประเทศไทยประกาศสงครามกับ สัมพันธมิตรอย่างเป็นทางการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถูกญี่ปุนยึดใช้เป็น สถานที่กักกันประชาชนของประเทศคู่สงครามเมื่อรัฐบาลจอมพลป.ประกาศสงครามเป็นทางการทำให้ผู้รักชาติ รักเอกราช ไต้รวมตัวจัดตั้ง “ขบวนการเสรีไทย” เป็นขบวนการใต้ดินต่อ ต้านญี่ปุน แกนนำของขบวนการนี้ได้แก่ นายปรีดี พนมยงค์ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายเตียง ศิรีฃันต์ เป็นต้น

เครื่องติดตามตัวบุคคล